การตัดจบของลีคเอิง ถือว่าตัดสินใจผิดพลาดหรือไม่

Red Paper Football Quote UAAP_NCAA Instagram Post
มองไปที่สถานการณ์โลกตอนนี้กับโควิท 19 ถือว่าดีขึ้นเยอะเลย อย่างน้อยในภาพรวมที่หลายประเทศมีการระบาดอย่างหนักก็ผ่อนคลายลงเยอะทั้งในตัวเลขผู้ติดเชื้อ ตัวเลขการรักษาตัว และ ผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว จึงไม่แปลกที่รัฐบาลแต่ละประเทศจะมีการผ่อนปรนมาตรการบางอย่างเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจแย่ไปกว่านี้ อย่างไรก็ตามหนึ่งในเหตุการณ์ไม่น่าเชื่อก็คือ การตัดจบลีคเอิง ลีคฟุตบอลใหญ่ของยุโรปจากประเทศฝรั่งเศสไป
ลีคเองตัดจบ จากการประกาศของรัฐบาล
ย้อนกลับไปช่วง 1 เดือนก่อน ตอนนั้นในยุโรปมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเยอะมาก จึงไม่แปลกที่หลายประเทศจะต้องล็อคดาวน์และงดจัดกิจกรรมที่จะทำให้มีคนมารวมกันมากๆออกไป ฟุตบอลก็เป็นหนึ่งในนั้น ทางรัฐบาลเองตอนนั้นไม่มีทางเลือกต้องสั่งให้ปิดลีคเอิงไป ห้ามให้มีการจัดอีเวนต์กีฬาและอื่นๆอีกเลยจนถึงเดือน กันยายน ซึ่งผลของการตัดจบลีคเอิงในครั้งนี้ ทำให้พวกเค้าต้องเลือกการใช้วิธีการคิดคะแนนเฉลี่ยเพื่อจัดอันดับ ปรากฏว่าเป็นทาง ปารีส ได้แชมป์ลีคไปครองจากคะแนนเฉลี่ย 2.52 ตามมาด้วยทีมที่ได้โควตา UCL อย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย, แรนส์ ส่วนทีมตกชั้นเป็นอาเมียงส์ และ ตูลูส ซึ่งผลวิธีการคิดจะใช้กับลีคตั้งแต่บนลงไปทั้งหมดทั้งการเลื่อนชั้นของลีคต่ำกว่าด้วย
การตัดสินใจผิดพลาดหรือไม่
มองในเรื่องของการจัดการ ถือว่าเป็นการเคลียร์ทุกอย่างได้ลงตัวดีอาจจะเป็นเพราะว่าอันดับสำคัญอย่างแชมป์ กับตกชั้น มันค่อนข้างห่าง ชัดเจนแบบไม่ต้องคิดยังไงก็ต้องโดนแน่นอน แต่คำถามก็คือว่าการตัดจบไปก่อนคนอื่นนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือเปล่า เพราะต้องยอมรับว่าหากพวกเค้ายังไม่ปิดลีคไปตอนนี้พวกเค้าก็อาจจะวางแผนกลับมาเตะกันอีกครั้งก็ได้ ส่วนตัวมองว่าพวกเค้าทำผิดพลาด ตัดสินใจเร็วกันไปหน่อย พอคนอื่นไม่ปิดแต่ตัวเองปิด มันเลยเหมือนว่าลีคเอิง ขาดมาตรฐานไป จนดูเหมือนตัวตลกอย่างที่นักเตะบางคนออกมาให้สัมภาษณ์จริงๆ

sbobet

อะไรทำให้ เลวานดอฟสกี้ ยิงไม่เลิก

sbobet
ศึกบุนเดสลีก้า กลับมาเตะหลังโควิท 19 เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค เหมือนกลับฝั่งแล้วพวกเค้ากลับมาพร้อมกับความแข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้รักษาประตู ยันกองหน้า โดยเฉพาะกองหน้าตัวหลักอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตอนต้นฤดูกาลเหมือนจะฝืดไป แต่ตอนนี้เหมือนเค้ากลับมาแล้ว การกลับมาครองตำแหน่งดาวซัลโวของลีคด้วยจำนวน 30 ประตูถือว่าไม่ธรรมดา อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ เลวานยิงไม่เลิกแบบนี้
โธมัส มุลเลอร์
กองหน้าแม้จะเก่งแค่ไหน แต่หากขาดตัวป้อนก็บ้อท่า จริงอยู่ว่าแม้เลวานจะสามารถเล่นเอง ชงเอง กินเองได้เลย แต่ว่าเค้าจะมาทำเองทุกครั้ง ทุกเกมคงไม่ได้ ต้องมีตัวเปิด ตัวป้อน ตัวจ่ายให้กับเลวานด้วยจะเล่นง่ายขึ้น ซึ่งคนที่ทำหน้าที่นี้ก็คือ โธมัส มุลเลอร์ ที่ตอนนี้ขึ้นแท่นจอมแอสซิสต์ของทีมในซีซั่นนี้ไปแล้ว การจ่ายของเค้าแต่ละลูกบอกเลยว่ายอมใจ จ่ายแล้วหลุดเลย พอหลุด เลวานก็หลุดไปยิงหรือเข้าทำได้ง่ายขึ้น อย่างเกมที่เอาชนะเลเวอร์คูเซ่น มุลเลอร์ก็เปิดจากด้านข้างมาให้ เลวานโหม่งเข้าประตูได้ พอมีคนป้อนสวยๆ เลวานก็ไม่ต้องคิดมาก ดวลกับกองหลังแบบ 2-1 ยังไหวเลย
กองกลาง กองหลังเล่นดี
แม้ว่ากองหลังจะเป็นสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับ เลวาน แต่ยอมรับว่าสิ่งที่ทำให้ เลวาน ยิงไม่ค่อยได้ในช่วงต้นซีซั่นเป็นเพราะกองหลังอ่อนปวกเปียก ผลก็คือทำให้ทีมโดนนำไปก่อน มันก็เลยกลายเป็นความกดดันของกองหน้าที่จะต้องยิงให้ได้เพื่อทำประตูคืนมา บวกกับพอโดนนำทีมฝ่ายตรงข้ามก็จะลงมาแพ็คเกมรับทำให้ เลวานดอฟสกี้ เล่นยากมากขึ้น จากการเล่นแบบ 1-1 กับกองหลัง อาจจะเป็น 2-1 หรือ 3-1 ทำให้เลวานเล่นยากมากขึ้น กองกลางเองก็เช่นกันพอเล่นไม่ดีบอลก็ไม่ถึงกองหน้า เลวานจะมาล้วงเองก็เล่นยากมาก แต่ทั้งหมดที่ว่ามา บาเยิร์น ตัดทิ้งไปหมดแล้ว พอทุกคนเล่นดี ก็ทำให้เลวานเล่นง่ายมากขึ้น ยิงได้แบบตรงเป็นตุงตลอด

แอนฟิลด์

การเดินทางไปยังแอนฟิลด์ สนามบอลในฝันของคนทั่วโลก

แอนฟิลด์

แอนฟิลด์

สำหรับการเดินทางไปยังแอนฟิลด์ สามารถใช้เส้นทางเดียวกันกับ การเดินทางไปยังสังเวียนแข้ง กูดิสันปาร์ก โดยใช้ถนน เอ็ม 6 ถ้าเดินทางมาจากทางเหนือ โดยใช้เลี้ยวออกที่แยก 23 เพื่อเข้าถนนเอ 5 80 ขับต่อมาจนถึง เอ 57 ซึ่งจะเป็นถนนที่ลอดผ่านใต้สะพานรถไฟ

ถนนนี้จะนำคุณไปยัง อาร์คเลน ซึ่งสนามจะตั้งอยู่สุดถนนเส้นนี้ แต่โปรดระวังการจอดรถเนื่องจากพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว ส่วนใหญ่มักจะเป็นที่จอดรถส่วนบุคคล

ส่วนการเดินทางมาจากฝั่งตะวันออก และทางตอนใต้ ให้มาตามถนนเอ็ม 62 โดยพยายามชิดขวาเอาไว้เพื่อเตรียมถนน เอ 5058 คุณจะต้องขับผ่านโบสถ์ เซนต์ แม็ทธิวส์ หลังจากนั้นอีกครึ่งไมล์ให้เลี้ยวซ้ายที่แยกไฟแดง หลังจากที่ลอดใต้สะพานรถไฟมาแล้ว ให้คุณใช้เส้นทางเดียวกันกับที่มาจากเหนือกระทั่งถึงสนาม

ส่วนการเดินทางมาจากทิศเหนือสามารถมาได้ทั้งเส้น เอ็ม 53 และเอ 41 โดยคุณจะต้องลอดผ่านใต้อุโมงค์เมอร์ซี่ ขับต่อมาจนถึงถนน เอ580 ให้ใช้เส้นทางสายนี้มาจนกระทั่งถึงไฟแดง ให้เลี้ยวขวาและขับรถไปตามถนนที่ผ่านเนินมา เมื่อถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวขวาเพื่อเข้าถนน เอ 5089 ซึ่งสนามแอนฟิลด์จะอยู่สุดถนนเส้นนี้ทางด้านซ้ายมือ

สำหรับการเดินทางโดยรถบัสให้ใช้สาย เอ 26 หรือ เอ 27 โดยขึ้นจากสถานี พาราไดส์ หรือใช้บริการสาย 17B, 17C,17D หรือ 217 จากสถานีควีน สแควร์ นอกจากนั้นยังสามารถใช้บริการสาย 68.168 และ 14 ได้อีกด้วย

ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟให้มาลงที่สถานี ไลม์ สตรีท ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสนามแอนฟิลด์ราว 2 ไมล์ วิธีการไปสนามที่ง่ายที่สุดคือ ใช้บริการแท็กซี่จากสถานีไปยังสนามซึ่งจะมีค่าบริการอยู่ที่ราว 4 ปอนด์ โดยสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 5 คน

นอกจากนั้นยังมีซอคเก้อร์บัส บริการจากสถานีแซนด์ฮิลส์ในวันที่มีการแข่งขัน โดยรถบัสเที่ยวสุดท้ายจะออกก่อนถึงเวลาแข่งขัน 15 นาที ส่วนหลังการแข่งขันรถเที่ยวสุดท้ายจะออกหลังจากจบเกม 50 นาที โดยค่าบริการอยู่ที่เที่ยวละ 50 เพนซ์

ส่วนตั๋วเข้าชมเกมนั้น ส่วนใหญ่เปิดขายสำหรับสมาชิกเท่านั้นครับ

เดโก้

ผลงานของเดโก้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะเนื้อหอมที่สุด

 

เดโก้

เดโก้

เมื่อเดโก้ตัดสินใจย้ายทีมเมื่อหน้าร้อนของปี 2003 แฟนบอลในถิ่น ดาส อันทาส ก็เริ่มเคลื่อนไหวและเรียกร้องให้มิดฟิลร่างเล็กอยู่กับทีมต่อไป และมูรินโญ่ก็เปลี่ยนใจเขาสำเร็จ

อีกหนึ่งประตูในนัดชิงชนะเลิศของเดโก้ ทำให้เขาเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ และกลายเป็นนักเตะเนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของยุโรปไปในพริบตา

ในไม่ช้านักเตะที่ดีที่สุดของโปรตุเกสก็ขึ้นทำเนียบระดับอินเตอร์ แต่แทนที่จะเป็นทีมบ้านเกิดอย่างบราซิล เขากลับตอบรับคำเชื้อเชิญของโปรตุเกส ประเทศที่เป็นเหมือนบ้านที่สองแทน

คำตอบของเดโก้ ทำให้เกิดกระแสต่อต้านไม่น้อย โดยเฉพาะจากยอดนักเตะอย่างหลุยส์ ฟิโก้ ที่ออกมากล่าวว่า ผมคิดว่าคนสเปนคงไม่พอใจนักหรอกหากผมจะเล่นในทีมชาติสเปน เพียงแค่ผมเล่นให้สโมสรสเปนเท่านั้น มันทำให้สปิริตของทีมเสียไป ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ทว่าเสียงต่อต้านจากฟิโก้กลับไม่เป้นผลเท่าไหร่ในมุมมองของหลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนชือทีมชาติโปรตุเกสในขณะนั้นที่เป็นคนบราซิลเสียด้วย และเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากได้รับสัญชาติโปรตุเกส ชื่อของเดโก้ ก็ปรากฏหราอยู่ในทีมเรียบร้อย

กลายเป้นเรื่องบังเอิญอีกเช่นกันที่คู่แข่งในนัดแรกของเขาคือทีมชาติบราซิล เดโก้ รับหน้าที่สังหารฟรีคิกตุงตาข่ายให้โปรตุเกสเอาชนะทีมเซเลเซาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 37 ปี ขณะที่ฟิโก้ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก

ปัญหาเดียวในตอนนั้นคือสิ่งที่ผมได้อ่านจากสื่อนั่นแหละ ไม่เช่นนั้นผมคงไม่รูหรอกว่ามันเป้นเรื่องใหญ่ ในเมื่อพวกเราเข้ากันได้ดีในห้องแต่งตัว เดโก้เน้น

ลุค แชดวิค

ลุค แชดวิคจ่อคิวก้าวสู่ทีมผีแดงชุดใหญ่

ลุค แชดวิค

ลุค แชดวิค

สำหรับนักเตะรายแรกที่จ่อคิวก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ก่อนใครเพื่อนไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ ลุค แชดวิค มิดฟิลด์หน้าจืด นั่นเอง แชดวิค เล่นในตำแหน่งปีกขว่าและลีลาการเล่นคล้ายกับ “พ่อบรู๊คลีน” เดวิด เบ๊คแฮม เลยทีเดียว ปีกขวาหน้าเจื่อนผู้นี้อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 1997 โดยก่อนหน้าเคยไปฝึกซ้อมกับปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เขาโชว์ฟอร์มในช่วงหลังได้โดดเด่นมากจน เฟอร์กี้อาจยอมหุบ เบ๊คแฮมมาเล่นเป็นมิดฟิวด์ตัวกลางก็เป็นไปได้ แชดวิค ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู -21 ปีไปแล้ว และ สตีฟ แม็คคลาเรน ผู้ช่วยผู้จัดการทีมก็เผยด้วยว่าเขาเป็นนักเตะของทีมที่มีอนาคตสดใสมาก

“เราทุกคนต่างจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิด ต่อมาทางทีมได้อนุญาตให้สโมสรในเบลเยี่ยมยืมตัวเขากลับมาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เราเลยเรียกตัวเขาเป็นกลับมาอยู่กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเหมือนเดิม แชดวิค ลงสนามให้ทีมสำรองหนึ่งนัด และโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมาก เวลานี้หลายคนได้เห็นฟอร์มการเล่นของเขาในศึก เวิร์ทธิงตัน ลีก คัพหรือ ซีซั่นนี้ และเขาก็สอบผ่านได้อย่างงดงามไร้ที่ติจริงๆ แม็คคลาเรน กล่าวลูกศิษย์หัวแก้วหัวแหวน แชดวิค นักเตะหนุ่มวัยแค่ 20 กะรัด และเป็นชาวเคมบริดจ์โดยกำเนิด ประเดิมสนามในสีเสื้อปีศาจ

นี่ถือว่าเป็นการมองการณ์ไกลและเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับการสร้างศูนย์ฝึกทีมเยาวชนขึ้นมา เพราะถือว่าเป็นการลงทุน การที่จะได้นักเตะดีๆซักคนมาครอบครองอาจจะต้องใช้เงินมากกว่าการสร้างศูนย์เยาวชนขึ้นมามากมายหลายเท่านัก การที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำการฝึกเยาวชนเพื่อเฟ้นหาตัวนักบอลที่เก่งกาจมาร่วมทีมนี้ ถือว่าเป็นความคุ้มค่าอย่างมากต่อทีมเลยทีเดียว

หลุยส์ ฟาล ฮาล จะต้องปรับแผนการเล่นของแมนยูให้หลากหลายขึ้น หากฤดูกาลหวังที่จะทำผลงานให้ดีกว่าที่ผ่านมา

หากพูดถึงผลงานโดยรวมของทีมแมนเชสเตอร์ ยูในเต็ดในฤดูกาลนี้ ต้องบอกว่า ไม่อาจจะปฏิเสธได้จริงๆว่าดูเหมือน ทีมแมนยูภายใต้การทำทีมของกุนซือ หลุยส์ ฟาล ฮาลในฤดูกาลนี้นั้น ถือว่าทำผลงานได้ดีขึ้นพอสมควรเลยทีเดียวหากเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้านี้ เพราะจะเห็นได้ว่า ฤดูกาลนี้นั้นทีมแมนยูภายใต้การคุมทีมของกุนซือ หลุยส์ ฟาล ฮาลนั้น สามารถทำผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถก้าวขึ้นมารั้งอันดับอยู่ในโซนท็อปโฟร์ได้สำเร็จ หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้านี้พวกเขาทำได้แค่เพียงเป็นทีมกลางตารางเท่านั้น จนต้องอดไปเตะรายการยุโรปอย่างยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก เรียกได้ว่าฤดูกาลนี้ผลงานของแมนยูถือว่าดีขึ้นพอสมควรนั่นเอง


หลุยส์ ฟาล ฮาล

แต่อย่างไรก็ดี ก็ต้องบอกว่า แม้จากผลงานโดยรวมของทีมแมนยูภายใต้การคุมทีมของกุนซือ หลุยส์ ฟาล ฮาลในฤดูกาลนี้ จะถือว่าเป็นผลงานที่ดีขึ้นระดับนึงก็ตาม หากเทียบกับฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้นก็ต้องบอกว่า ก็ยังถือว่าไม่ดีเท่าไหร่หากพูดถึงเกี่ยวกับเส้นทางการลุ้นแชมป์ เพราะฤดูกาลนี้หากพูดถึงการลุ้นแชมป์ลีกแล้ว แมนยูนั้นยังถือว่าทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะจะเห็นได้ว่า พวกเขาโดนเชลซีทิ้งคะแนนห่างไปหลายคะแนนเลย ดังนั้นเลยมองว่า แม้ผลงานฤดูกาลนี้แมนยูจะดีขึ้นก็ตาม แต่ทว่าหากพูดถึงเส้นทางลุ้นแชมป์แล้ว แมนยูภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาล ฮาลนั้นยังต้องปรับปรุงแก้ไขพอสมควรเลย ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่หลุยส์ ฟาล ฮาลควรแก้ไขให้ดีขึ้นอีกนั่นก็คือ แผนการเล่นของทีมนั่นเอง

นั่นก็เพราะว่า หลังจากที่ดูฟอร์มการเล่นของแมนยูที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่า แนวทางการเล่นและแผนการเล่นของแมนยูนั้น ยังไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่นัก เพราะดูเหมือนแผนการเล่นหลักๆของแมนยูในฤดูกาลนี้ หลุยส์ ฟาล ฮาลนั้นพยายามใช้ มารูยาน เฟลไลนี่เป็นกำลังหลักของแผนการเล่นมากเกินไป เพราะจะเห็นได้ว่า แผนการเล่นในโดยส่วนใหญ่ของแมนยูในฤดูกาลนี้คือการเน้นฝากบอลให้กับเฟลไลนี่เป็นตัวทำเกมเป็นหลัก เพราะด้วยเจ้าเฟลไลนี่นั้น เป็นกองกลางที่สามารถพักบอลและเก็บบอลได้ดี ก็เลยจะเห็นได้ว่า การขึ้นเกมรุกของแมนยูส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้จะขึ้นโดยเจ้าเฟลไลนี่เป็นหลักนั่นเอง ซึ่งมองว่า หากฤดูกาลหน้านั้น หลุยส์ ฟาล ฮาลยังไม่ปรับแผนการเล่นของแมนยูให้หลากหลายยิ่งขึ้นกว่าเดิม อาจจะทำให้พวกเขาไปไม่ถึงแชมป์อีกครั้ง เพราะเหตุผลง่ายๆเลยก็คือ หากเมื่อไหร่ที่เจ้าเฟลไลนี่โดนประกบติด ก็จะทำให้แมนยูขึ้นเกมรุกไม่ได้ สุดท้ายก็จะส่งผลกระทบต่อการเก็บสามแต้มสำคัญของทีม ดังนั้นก็เลยทำให้คิดว่า หากฤดูกาลหน้า หลุยส์ ฟาล ฮาล หวังที่จะพาแมนยูให้ทำผลงานดีขึ้นกว่าฤดูกาลนี้ เขาควรจะต้องปรับแผนการเล่นของทีม ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ขายก่อนซื้อ นโยบายซื้อขายนักเตะที่เป็นเหมือนดาบสองคม

ขายก่อนซื้อ
การเข้ามาของโควิท 19 ทำให้เกือบทุกธุรกิจ ทุกองค์กรต้องทำการ “รัดเข็มขัด” เพื่อให้ธุรกิจฟุตบอลสามารถดำเนินต่อไปได้ แน่นอนว่านอกจากจะต้องลดขนาดองค์กรลงเพื่อลดค่าใช้จ่าย การทบทวนนโยบายการซื้อขายนักเตะกันใหม่ย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญมากด้วยเช่นกัน ตอนนี้จากสภาพเศรษฐกิจที่รายได้ไม่เพียงพอ นั่นทำให้หลายทีมอาจจะต้องใช้นโยบาบขายก่อนซื้อสำหรับนักเตะในซีซั่นหน้า ซึ่งการทำแบบนี้ก็เหมือนดาบสองคมที่ต้องชั่งใจให้ดี
ยังไม่รู้ว่าจะเข้ากับทีมหรือไม่
การใช้นโยบายขายก่อนซื้อ หมายถึงการขายนักเตะในทีมออกไปก่อน เพื่อเอาเงินทุนมาตั้งต้นเพื่อเอาไปซื้อนักเตะคนใหม่เข้ามาสู่ทีม ซึ่งการใช้วิธีนี้มองอีกมุมหนึ่งเป็นความเสี่ยงมากเพราะเราไม่รู้ว่านักเตะที่เราจะเอาเข้ามาสู่ทีมนั้น จะดีพอหรือดีกว่านักเตะที่เราขายออกไปหรือไม่ หลายครั้งนักเตะที่เราตัดใจขายออกไป พอจะซื้อคนใหม่เข้ามาปรากฏว่าคนใหม่เล่นไม่เข้ากับทีม ไม่เข้ากับระบบ ทำให้เราเหมือนเสียนักเตะไปสองคนพร้อมกัน พอจะขายออกก็ยากอีกเพราะเพิ่งซื้อมา หากปล่อยไปก็จะไม่มีนักเตะในตำแหน่งนั้น
ขายเพื่อซื้อ โดนโก่งราคา
การขายนักเตะไปก่อนเพื่อซื้อนั้น ทำให้การซื้อนักเตะทีมที่จะซื้ออยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบทันที กล่าวคือ พอเราขายไปแล้วเท่ากับว่า เรามีความต้องการสูงในดีลที่เรายื่นไป นั่นทำให้ทีมที่จะขายพร้อมจะโก่งราคาได้เลย เพราะคิดว่ายังไงคนซื้อก็ต้องซื้ออยู่แล้ว เนื่องจากขายนักเตะไป ทำให้แม้เราจะได้เงินทุนจากการขายนักเตะออกไปแต่พอโดนโก่งราคา ก็เท่ากับว่าเงินที่เราได้มานั้นแทบไม่มีค่าเลย กลับกันหากเราซื้อแต่ยังไม่ขายนักเตะออกไป นั่นเท่ากับว่าถ้าราคาไม่ดีเราก็ไม่ซื้อ หรือ หากซื้อใครไม่ได้เราก็ยังมีนักเตะในตำแหน่งนั้นอยู่นั้นเอง ดังนั้นทีมไหนจะใช้นโยบายขายก่อนซื้อต้องคิดให้ดี

ลาชิโอ

รู้จักกับอินทรีฟ้าขาวลาชิโอ

ลาชิโอ

ลาชิโอ

ตำนานแห่งลาชิโอ มีอายุครบร้อยหนึ่งปีเข้าให้แล้วเมื่อนับจนถึงปัจจุบัน โดยสโมสรแห่งนี้ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 9 มกราคม 1900 ด้วยแรงกายแรงใจของ ลุยจิ บิจาเรลลี่ นายทหารนอกประจำการ สัญลักษณ์ของสโมสรคืออินทรีโรมันที่เราคุ้นตากันดี

ในตอนแรก ลาชิโอเป็นสปอร์ตคลับที่มีทีมแข่งกีฬาหลากหลาย นอกจากกีฬาเดินทน, ว่ายน้ำ, ยิงธนู แล้วก็ยังมียิมนัสติก ฟุตบอล มาเกิดขึ้นภายหลังจากการส่งเสริมของบรูโด้ เซเก็ตตินี่ หนึ่งในผู้ถือหุ้นสโมสรราชิ่ง คลับ เดอ ปารีสส์ สโมสรดังในอดีตของฝรั่งเศสได้เดินไปโรมพร้อมกับลูกฟุตบอล และได้มอบมันให้แก่เหล่าผู้หลงไหลในกีฬาโอลิมปิก ซึ่งนั้นทำให้สโมสรสีฟ้าและขาว เพื่อเป็นการให้เกียรติและแสดงการรำลึกต่อกรีชดินแดนต้นกำเนิดโอลิมปิก หลังเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกอุบัติขึ้นในปี 1902 ลาโซซิเอต้าสเปอร์ติว่า ลาชิโอค่อยๆ เติบใหญ่ขึ้นตามลำดับ จนมาเข้าชิงชนะเลิศ เพื่อชิงแชมป์อิตาลีตามระบบเก่าได้ถึงสองสมัยในปี 1913 ที่แพ้ต่อเจนัว และในปี 1914 ก็พ่ายต่อคาซาเล่

กว่าโทรฟี่แรกของสโมสรจะลอยมาประดับตู้ พวกเขาต้องรอถึงกว่า 40 ปี โดยวันที่ 24 กันยายน 1958 ลาชิโอพิชิตถ้วยโคปป้า อิตาเลียมาครองสำเร็จ จากชัยชนะเหนือฟิออเรนติน่า 1-0 อีก 16 ปีแห่งการรอคอย เหล่าเบียงโกเซเลสติค่อยสมหวังกับสคูเด๊ตโต้แรกในปี 1974 ด้วยอิทธิฤทธิ์ 24 ประตูของคินาญ่าเป้นหลัก ขณะกำลังสุกสกาวอยู่ดีๆ นั้น ฟ้าก็คำรามโครมครามก่อนที่ลาชิโอจะถูกลงดาบไม่ให้เข้าร่วมโรเปี้ยน คัพ จากการที่ยูฟ่าแบนสโมสรเพราะแฟนบอลของพวกเขาก่อเหตุรุนแรงในยูฟ่า คัพ

กรีซมันน์

แอตมาดริดจะต้องไม่ปล่อยให้นักเตะตัวหลักย้ายออกอีกสำหรับตลาดซื้อขายรอบหน้า โดยเฉพาะ กรีซมันน์!

กรีซมันน์

กรีซมันน์

คงต้องบอกว่า ไม่อาจจะปฏิเสธได้จริงๆ ว่าตลอดช่วงที่ผ่านมา หากพูดถึงเกี่ยวกับกระแสของตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้าที่จะถึงหลังจบฤดูกาลนี้นั้น ดูเหมือนว่า สำหรับทีมแอตมาดริดของกุนซือ ดิเอโก้ ซิโมเน่นั้น จะกลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีนักเตะในทีมนั้น ตกเป็นข่าวการย้ายทีมมากทีมเลยทีเดียว เพราะดูเหมือนว่า จากกระแสข่าวที่ผ่านมานั้น จะมีนักเตะของแอตมาดริดหลายคนเลยทีเดียว ที่เหล่าบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ทั้งหลายให้ความสนใจ โดยเฉพาะหนึ่งในนักเตะของแอตมาดริดที่ตกเป็นข่าวมากที่สุดตลอดช่วงที่ผ่านมานั้น นั่นก็คือ เจ้าอองตวน กรีซมันน์นั่นเอง

และด้วยการที่ดูเหมือน นักเตะของแอตมาดริดนั้น จะกลายเป็นที่สนใจของเหล่าบรรดาทีมยักษ์ใหญ่หลายคนเลยนี้นั่นเอง ทำให้สำหรับในบทความนี้เลยจะขอพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้กันหน่อย นั่นก็เพราะคิดว่า ถ้าหากตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้าของฤดูกาลหน้าใหม่ หากทีมแอตมาดริดของกุนซือ ดิเอโก้ ซิโมเน่ยังปล่อยให้ตัวหลักของทีมย้ายออกไปอีกครั้งเหมือนตลาดซื้อขายก่อนหน้านี้ล่ะก็ บอกได้เลยว่า ไม่เป็นผลดีต่อทีมสำหรับในฤดูกาลหน้าแน่นอน

นั่นก็เพราะว่า หากแอตมาดริดปล่อยให้นักเตะตัวหลักของทีมย้ายออกไปอีก สำหรับตลาดซื้อขายรอบหน้านี้ จะไม่เป็นผลดีต่อผลงานของทีมในฤดูกาลหน้าสำหรับเส้นทางการลุ้นแชมป์ทั้งในลีกและนอกลีกนั่นเอง ซึ่งตัวอย่างของฤดูกาลนี้ ก็น่าจะพอเป็นตัวยืนยันได้ดีอยู่แล้ว ว่าแอตมาดริดไม่ควรปล่อยให้นักเตะตัวหลักของทีมย้ายออกไป โดยจะเห็นได้ว่า ก่อนหน้านี้ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลนี้ที่ผ่านมา คือช่วงตลาดซื้อขายรอบแรกของฤดูกาลนี้นั้น แอตมาดริดปล่อยให้นักเตะตัวหลักของทีมย้ายออกไปหลายคนเลย ก็เลยทำให้ส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมในฤดูกาลนี้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆที่ฤดูกาลก่อนหน้านี้ แอตมาดริดทำผลงานได้ดีจนสามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกลาลีกาสเปนได้ แต่พอมาฤดูกาลนี้ การที่พวกเขาขาดนักเตะตัวหลักไปในบางตำแหน่ง ก็เลยทำให้ทีมต้องหานักเตะใหม่มาทดแทน ทำให้กว่าทีมจะลงตัวอีกครั้งนั้นก็ต้องใช้เวลา สุดท้ายก็เลยส่งผลต่อผลงานของทีม ที่จะเห็นได้ว่า ฤดูกาลนี้แอตมาดริดทำผลงานบนเส้นทางลุ้นแชมป์ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ดังนั้นเลยคิดว่า หากตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้านี้ แอตมาดริดยังปล่อยให้นักเตะตัวหลักย้ายออกไปอีกนั้น จะส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมฤดูกาลหน้าอีกครั้งแน่นอน

โดยเฉพาะ เจ้าอองตวน กรีซมันน์ นั้น คือหนึ่งในนักเตะที่แอตมาดริดต้องไม่ปล่อยมีการย้ายทีมเกิดขึ้นได้ง่ายๆเด็ดขาด นั่นก็เพราะว่า เจ้าเจ้าอองตวน กรีซมันน์ นั้นถือว่าเป็นตัวทีเด็ดของแอตมาดริดเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่า เขาคือคนที่ยิงประตูให้กับทีมได้เยอะที่สุดของฤดูกาลนี้ ดังนั้นหากปล่อยเขาออกไปจากทีมอีกคนสำหรับตลาดซื้อขายรอบหน้านี้ บอกได้เลยว่า โอกาสที่แอตมาดริดจะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งบนเส้นทางลุ้นแชมป์ฤดูกาลหน้านั้น ลำบากแน่นอน เพราะเท่ากับว่า แอตมาดริดได้ขาดตัวทีเด็ดในแนวรุกที่คอยช่วยทีมผลิตสกอร์ไปอีกคนนั่นเอง.

แกเร็ธ เบล แลก ดาบิด เดเค อา เป็นดีลที่คุ้มค่าสำหรับแมนยูแล้วหรือ!

แกเร็ธ เบล

แกเร็ธ เบล

หากพูดถึงหนึ่งในนักเตะที่ทีมแมนเชสเตอร์ยูในเต็ดของกุนซือ หลุยส์ ฟาล ฮาลนั้นตกเป็นข่าวด้วยบ่อยที่สุดในฤดูกาลนี้นั้น ไม่อาจจะปฏิเสธได้แน่นอนว่า สำหรับนักเตะคนที่ว่านั้นก็คือ เจ้าแกเร็ธ เบล ปีกตัวเก่งของทีมรีลมาดริดนั่นเอง และยังต้องบอกว่า สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับการให้ความสนใจแกเร็ธ เบล ของแมนยูนั้น ยังถือว่าเป็นหนึ่งในกระแสะข่าวที่น่าสนใจอีกด้วยว่าดีลดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นจริงๆรึเปล่า เพราะถ้าหากแมนยูสนใจอยากได้ตัวเจ้าแกเร็ธ เบล จริงๆ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขค่าตัวที่แมนยูจะต้องจ่ายให้กับทางรีลมาดริดนั้น คือตัวเลขเท่าไหร่ เพราะด้วยก่อนหน้านี้ทางรีลมาดริดได้ซื้อตัวเจ้าแกเร็ธ เบล เป็นตัวเลขที่แพงสุดๆเลย ซึ่งนั่นหมายความว่า หากพวกเขาจะขายให้แมนยูนั้น ก็คงเป็นตัวเลขที่แพงเช่นกันแน่นอนนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ดี หลังจากที่ได้ดูจากกระแสข่าวในช่วงระยะหลังๆที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานการณ์ของดีลนี้นั้น ดูเหมือนทางรีลมาดริดเองก็พร้อมที่จะปล่อยเจ้าแกเร็ธ เบล ออกไปจากทีมเหมือนกัน โดยเฉพาะกับแมนยูนั้น พวกเขายิ่งพร้อมที่จะให้ดีลดังกล่าวนี้เกิดขึ้น แต่ทว่าปัญหาก็คือ ทางแมนยูจะต้องใช้นายประตูตัวเก่งของทีมอย่างเจ้า ดาบิด เดเค อา เป็นหนึ่งในข้อเสนอด้วย เลยทำให้ต้องบอกว่า ถ้ารีลมาดริดยืนยันต้องการให้แมนยูทำให้ตามจากที่กล่าวมาข้างต้นจริงๆ ถือว่าดีลนี้จะกลายเป็นหนึ่งในดีลที่น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมากทันทีสำหรับในฤดูกาลหน้า เพราะคงจะต้องรอดูกันว่า ทางแมนยูนั้นจะยอมเสียนายประตูตัวเก่งของทีม เพื่อแลกกับปีกราคาแพงอย่างเจ้าแกเร็ธ เบล รึเปล่า และก็อยากให้ทางแมนยูลองคิดให้ดีๆด้วยเกี่ยวกับดีลนี้ ว่าสุดท้ายแล้วมันจะคุ้มค่าสำหรับพวกเขารึเปล่านั่นเอง

ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สุดท้ายแล้วดีลนี้จะเกิดขึ้นจริงๆรึเปล่า แต่สำหรับโดยส่วนตัวแล้วมองว่า ถ้าหากทางด้านรีลมาดริดต้องการให้ทางแมนยูส่งตัวเจ้าดาบิด เดเคอา เพื่อเป็นหนึ่งในข้อเสนอเพื่อคว้าตัวเจ้าแกเร็ธ เบลมาครองๆจริงๆนั้น บอกได้เลยว่า ในส่วนของทางแมนยูนั้น ไม่น่าจะคุ้มค่าเท่าไหร่นัก นั่นก็เพราะว่า ด้วยก่อนหน้านี้ ทางรีลมาดริดได้ทุ่มซื้อเจ้าแกเร็ธ เบล ไปเป็นเงินจำนวนสูงเลยทีเดียว ซึ่งเชื่อว่าต่อให้ทางแมนยูยอมแลกตัวกับเจ้า ดาบิด เดเคอาด้วยนั้น ยังไงบแมนยูก็คงจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหน่อยอยู่ดี ซึ่งมองว่าไม่น่าคุ้มค่าเท่าไหร่ อีกทั้งในขณะเดียวกันนั้น ในส่วนของฟอร์มและผลงานของเจ้าแกเร็ธ เบลเองที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้ ก็ใช่ว่าเขาจะทำได้ในระดับดีเท่าไหร่นัก ซึ่งหากเทียบกับฟอร์มของเจ้า ดาบิด เดเคอาแล้ว ค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควรเลย เลยทำให้มองว่า หากต้องคว้านักเตะในตำแหน่งปีกที่ฟอร์มไม่ค่อยดีเท่าไหร่มาเสริมทีม แต่ต้องแลกด้วยนักเตะคนสำคัญที่ฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ และมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมไม่เสียประตูสำคัญๆอยู่บ่อยครั้ง ยังไงก็มองว่าไม่คุ้มค่ากันแน่นอนนั่นเอง.