Category Archives: อัตเดทความเคลื่อนไหวในวงการฟุตบอล

เว็บบอลเว็บเทพเว็บไหนๆก็สู้ sbobet เว็บแทงบอลออนไลน์มาแรงอันดับ 1 ไม่ได้

ตอนนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเว็บแทงบอลออนไลน์ที่มาแรงอันดับ 1 และมียอดผู้เข้าเล่นมากที่สุดในประเทศขณะนี้จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก sbobet เว็บแทงบอลออนไลน์ที่มีสถิติยอดผู้เข้าเล่นมากที่สุดในปี 2015 ที่ผ่านมา เราจะสังเกตุเห็นได้ว่าเว็บแทงบอลออนไลน์ของเรามีตัวช่วยที่หลากหลายที่จะคอยช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถใช้งานเว็บแทงบอลของเราได้แบบไม่มีติดขัดไม่ว่าจะเป็นการแบ่งหมวดหมู่ของเกมที่ชัดเจน เรามีทีมคอลเซ็นเตอร์ที่พร้อมจะเข้าใจผู้เล่นและจะคอยอธิบายปัญหาต่างๆที่ผู้เล่นไม่เข้าใจ เว็บ sbobet ของเราได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่หลายคนในวงการแทงบอล ทำให้เว็บ sbobet เป็นเว็บแทงบอลออนไลน์ที่สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา จากประสบการณ์การเล่นของเหล่าผู้ที่เคยใช้บริการของเว็บ sbobet ของเราต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเว็บ sbobet ของเราคือเว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ที่ตอบสนองความต้องการของนักแทงบอลออนไลน์ได้ตรงใจที่สุด คุณจะได้รับความตื่นเต้นเร้าใจของสุดยอดเกมส์กีฬาฟุตบอลที่มีให้คุณได้เลือกแทงบอลในทุกๆแมตซ์การแข่งขันไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันของปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูล ที่นี่ก็มีให้ท่านได้เลือกเชียร์ เลือกวางเดิมพันกับทางเว็บไซต์ได้ หากท่านโชคดี ท่านจะได้รับเงินรางวัลมากมายจากการวางเดิมพันในทางที่ท่านเลือก นอกจากนี้ยังมีกีฬาอื่นๆอีกมากมายที่ท่านสามารถเลือกวางเดิมพันกับทาง sbobet ได้ทั้งยิงปืน ว่ายน้ำ สกี และกีฬาอื่นๆอีกมากมาย

แนวทางทีมสโมสรไทยลีค ฤดูกาล 2017

เริ่มเปิดตัวกันมาเรื่อยๆสำหรับทีมฟุตบอลสโมสรในไทยลีค ปี 2017 ที่เกือบทุกทีมได้ฤกษ์เปิดตัวนักเตะ เสื้อแข่ง และประกาศเป้าหมายของการทำทีมอย่างชัดเจนกันไปแล้ว น่าจะทำให้แฟนๆอุ่นใจกันไปได้บ้างว่าทีมรักของตัวเองยังมีความกระตือรือล้นกันอยู่ มาดูกันว่า เราสามารถจัดกลุ่มทีมได้อย่างไรกันบ้าง

กลุ่มทีมที่ต้องการลุ้นแชมป์

กลุ่มแรกแน่นอนว่าต้องเป็นที่ที่ประกาศกร้าวกันมาเลยว่า แชมป์นี้พี่ต้องได้ ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นทีมหน้าเดิมที่ขับเคี่ยวกันมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนไม่ว่าจะเป็น เอสซีจี เมืองทองแชมป์เก่า, แบงค็อก ยูไนเต็ดที่พลาดแชมป์ไปในโค้งสุดท้าย, บุรีรัมย์ กับลุงเนวินที่ปีนี้บอกจะมาเอาทุกแชมป์, บีจี กระต่ายที่รอวันผงาด หรือแม้แต่ยักษ์ใหม่อย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ได้น้ำเลี้ยงใหม่ไปเยอะเลยต้องทุ่มทุนเพื่อแชมป์ให้ได้สถานเดียว

กลุ่มทีมกลางตาราง

กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มทีมกลางตารางที่อาจจะไม่ได้มองไปถึงแชมป์ลีค แต่ขอจบในอันดับเลขตัวเดียว หรือ ครึ่งบนของตารางก็พอใจ แล้วไปวัดกันในฟุตบอลถ้วยเอาว่าจะสามารถไปได้แค่ไหน เช่น ฉลามชล ที่ปีนี้ประกาศผลัดใบเน้นดาวรุ่งเป็นหลัก หรือจะเป็นสุโขทัย ที่ปีที่แล้วสร้างเซอร์ไพร์สได้มากเลยทีเดียว มาดูว่าปีนี้จะออกไปเล่นถ้วยนอกประเทศจะทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน

กลุ่มทีมหนีตาย

กลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มที่ประกาศขอทำทีมแบบประคองตัว ไม่หวังสูงมาก เอาแค่ไม่ตกชั้นก็พอ อย่างเช่น ราชนาวี ที่เปิดตัวได้แปลกแหวกแนวดีเหลือเกิน กับเป้าหมายที่ไม่น่าเกินเอื้อมเท่าไรกับการไม่ขอตกชั้นไว้ก่อน หรือจะเป็นซุปเปอร์พาวเวอร์ที่สุดท้ายแล้วต้องพึ่งตัวเอง แล้วต้องอยู่รอดให้ได้ หากตกชั้นน่าจะหมายถึงทีมแตกเลยทีเดียว ก็ต้องมาดูกันว่าทีมไหนจะทำได้ตามเป้าหมายกันบ้าง

ไอดอล กับการสร้างแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยม

ข่าวการกลับมาของสตีเว่น เจอร์ราด ไอดอลระดับตำนานของลิเวอร์พูลนั้น เชื่อว่าน่าจะสร้างรอยยิ้มเล็กๆให้กับเหล่าเดอะค็อปได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว การได้กลับมาร่วมงามกับลิเวอร์พูลอีกครั้งในฐานะโค้ชเชื่อว่าเป็นตัวเลือกที่ดีทั้งของเจอร์ราดเอง เยาวชนที่มาเข้าอะคาเดมี่ และทีมต่างก็วิน วิน ด้วยกันทุกฝ่าย

ประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตและไม่แก่เกินไป

การกลับมารับงาน โค้ชทีมเยาวชนของเจอร์ราดนั้น ต้องถือว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงเลยทีเดียว เนื่องจากเค้านั่นคือประวัติศาสตร์ของทีมที่ยังมีชีวิตอยู่และไม่แก่เกินไป น่าจะทำให้เด็กๆที่เข้าอะคาเดมี่ ดูฟุตบอลมองเห็นเค้าเป็นไอดอลและทำตามได้มากกว่า การนำคนรุ่นเก่าที่เด็กๆอาจจะมองว่าแก่แล้ว ไม่เคยเห็นเค้าเล่นมาคุมเยอะ

การสร้างแรงจูงใจในฐานะนักเตะและสโมสร

พอสตีเว่น เจอร์ราดมาคุมเยาวชนแล้ว สิ่งที่เค้าจะมอบให้กับเยาวชนของทีมได้อย่างชัดเจดที่สุดคือ การสร้างแรงจูงใจและแรงบันดาลใจในการเป็นนักเตะให้กับพวกเค้า ว่าเป็นนักเตะที่ดีต้องทำตัวอย่างไรทั้งการเล่นในสนาม และการประพฤติตัวนอกสนาม อีกทั้งการโน้มน้าวไม่ให้ย้ายออกจากทีมเมื่อตัวเองมีชื่อเสียงอีกด้วย

เริ่มต้นเส้นทางของการเป็นโค้ช

ส่วนของตัวเจอร์ราดเอง การได้เริ่มต้นเป็นโค้ชกับทีมระดับเยาวชนก่อน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการแข่งขันยังไม่สูงมากรวมถึงเยาชนอาจจะมีปัญหาให้เค้าจัดการได้น้อยกว่า นักเตะผู้ใหญ่เยอะ น่าจะทำให้เค้าได้ฝึกฝนและเรียนรู้การคุมทีมได้อย่างเป็นขั้นตอนมาก อีกอย่างการได้อยู่ใกล้เจอร์เกน คล็อปป์ น่าจะทำให้เค้าได้วิชาการคุมทีมมาไม่มากก็น้อยเลย ไม่แน่ต่อจากคล็อปป์ ก็อาจจะเป็นเจอร์ราดก็ได้

ทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่อนคลายเพื่อเดินต่อ

อีกหนึ่งกลยุทธ์หนึ่งที่เหล่าผู้จัดการทีมหยิบขึ้นมาใช้กันเป็นประจำเพื่อบริหารจัดการทีม ไม่ว่าจะเป็นกับนักเตะ หรือ ทีมงานเบื้องหลัง นั่นก็คือการหาเวลานัดนอกรอบเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน แน่นอนว่านอกจากจะได้ผ่อนคลายร่วมกันแล้ว มันยังมีข้อดีอีกหลายๆอย่างรวมอยู่ในนั้นด้วย

การทำกิจกรรมร่วมกัน

การออกไปทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีมกับนักเตะ หรือ ผู้จัดการทีมกับทีมงานเบื้องหลังอาจจะมีกิจกรรมแตกต่างกันไป อย่างเช่น อาจจะมีออกไปดื่มสังสรรค์กันบ้างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดทั้งเรื่องในและนอกสนาม หรือจะเป็นอย่างคล็อปป์ ที่พาลูกทีมไปเก็บตัวถึงสเปนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและไปดูบอลด้วยกัน หรืออย่างล่าสุด เป๊บ ที่ขนนักเตะในทีมไปดูหนังฟอร์มเยี่ยมอย่าง La La Land เพื่อใช้เวลาร่วมกัน

ลดความตึงเครียดภายในทีม

การออกไปทำกิจกรรมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งที่สำคัญเลยก็คือเป็นการลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในทีม ซึ่งอาจจะเกิดจากความกดดันที่ผลงานในสนามไม่เป็นอย่างที่ต้องการ หรือ ความตึงเครียดเรื่องอื่นๆ การได้ออกไปใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่เกี่ยวกับฟุตบอลเลย นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดี การได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน การได้ถามไถ่สารทุกสุขดิบกัน กินข้าวร่วมกัน หัวเราะด้วยกัน หรือแม้แต่กินเหล้าด้วยกัน ช่วยลดอาการเครียดในทีมได้ดี

ผ่อนคลายเพื่อเดินหน้าต่อไป

แน่นอนว่าการออกไปพักผ่อนร่วมกันแบบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและควรทำเลย เพราะการผ่อนคลายแบบนี้อาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับผลงานในสนาม แต่เอาเข้าจริงมันเกี่ยวกับผลงานในสนามแบบเต็มๆเลย การได้ไปอย่างนี้จะทำให้ลูกทีม ผู้จัดการทีม และทีมงานเบื้องหลังเข้าใจกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น ส่งผลต่อเรื่องของทีมสปิริตโดยตรง เมื่อทุกคนเห็นเป้าหมาย เชื่อใจกันแล้ว ผลงานในสนามรับรองออกมาดีอย่างแน่นอน

พรีเมียร์ลีค ฤดูกาล 2016-2017 สูสีสุดๆในรอบหลายปี

ย้อนกลับไปพรีเมียร์ลีคฤดูกาลที่แล้ว ใครจะเชื่อว่า เลสเตอร์ สามารถเข้าวินเป็นแชมป์ลีคได้แบบสบายๆเลย แต่มาปีนี้พรีเมียร์ลีคกลับมาคู่คี่สูสีอีกครั้ง ตอนนี้ผ่านไปแล้วครึ่งทางของฤดูกาลแต่ว่ายังไม่มีทีมไหนนำมาแบบโด่งม้วนเดียวจบเลย แต่ละทีมก็เล่นกันด้วยความมุ่งมั่นด้วยกันทั้งนั้น ทำให้พรีเมียร์ลีค น่าติดตามจริงๆฤดูกาลนี้

มีทีมเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์ 6 ทีม

หากไปมองตารางคะแนน ในกลุ่มหัวตารางจะเห็นว่าปีนี้มีอยู่ด้วยกันถึง 6 ทีมที่เกาะกลุ่มกันมา เริ่มจากเชลซีอันดับที่ 1 มี 52 คะแนน ถึงแม้ว่าจะทิ้งห่างอันดับที่อย่างอยู่ที่ 7 คะแนน แต่พวกเค้ายังมีเกมที่ต้องเจอกับกลุ่มหัวตารางอีก ถ้าพลาดหลุดเสมอหรือแพ้มาสักนัด สองนัดล่ะก็ ช่วงโค้งสุดท้ายมันแน่นอน ส่วนอันดับที่ 2-6 คะแนนบี้กันแบบสุดๆ หากพลาดอาจตกไปอยู่อันดับที่ 5 ได้ตลอดเวลา

ทีมกลางตารางเล่นได้ดีมาก

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พรีเมียร์ลีคมันมากปีนี้ ก็คือ ทีมกลางตารางสามารถสู้กับหัวตารางได้อย่างสูสี พวกเค้ามีดีพอที่จะคว่ำทีมหัวตารางได้ตลอด ไม่ต้องดูอื่นไกลเอาแค่ เอฟเวอร์ตันเปิดบ้านถล่ม แมนซิติไป 4-0 นี่ก็ถือว่าช็อคแล้ว ยังไม่รวม เวสต์บรอมวิช , สโต๊ค ที่เจอทีมใหญ่เล่นได้ไม่มีกลัว อีกต่างหาก มันก็เลยยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

การบี้กันของทีมหนีตายท้ายตาราง

มองที่ท้ายตารางนี่ก็บี้กันไม่แพ้หัวตารางเหมือนกัน ผ่านเกมนัดที่ 21 ไป อันดับที่ 19 และ 20 มีคะแนนเท่ากันคือ 15 อันดับที่ 17-18 มี 16 คะแนนเท่ากัน หากพวกเค้าหวังจะอยู่รอด ต่อจากนี้ต้องเก็บแต้มให้มากที่สุด ทำให้พวกเค้าแพ้ไม่ได้เลย ยิ่งทำให้เกมมันสนุกยิ่งขึ้นไปอีก การลุ้นทุกพื้นที่ในตารางคะแนนนี่แหละยิ่งทำให้พรีเมียร์ลีคดูสูสีสุดๆในปีนี้

แอนฟิลด์

การเดินทางไปยังแอนฟิลด์ สนามบอลในฝันของคนทั่วโลก

แอนฟิลด์

แอนฟิลด์

สำหรับการเดินทางไปยังแอนฟิลด์ สามารถใช้เส้นทางเดียวกันกับ การเดินทางไปยังสังเวียนแข้ง กูดิสันปาร์ก โดยใช้ถนน เอ็ม 6 ถ้าเดินทางมาจากทางเหนือ โดยใช้เลี้ยวออกที่แยก 23 เพื่อเข้าถนนเอ 5 80 ขับต่อมาจนถึง เอ 57 ซึ่งจะเป็นถนนที่ลอดผ่านใต้สะพานรถไฟ

ถนนนี้จะนำคุณไปยัง อาร์คเลน ซึ่งสนามจะตั้งอยู่สุดถนนเส้นนี้ แต่โปรดระวังการจอดรถเนื่องจากพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว ส่วนใหญ่มักจะเป็นที่จอดรถส่วนบุคคล

ส่วนการเดินทางมาจากฝั่งตะวันออก และทางตอนใต้ ให้มาตามถนนเอ็ม 62 โดยพยายามชิดขวาเอาไว้เพื่อเตรียมถนน เอ 5058 คุณจะต้องขับผ่านโบสถ์ เซนต์ แม็ทธิวส์ หลังจากนั้นอีกครึ่งไมล์ให้เลี้ยวซ้ายที่แยกไฟแดง หลังจากที่ลอดใต้สะพานรถไฟมาแล้ว ให้คุณใช้เส้นทางเดียวกันกับที่มาจากเหนือกระทั่งถึงสนาม

ส่วนการเดินทางมาจากทิศเหนือสามารถมาได้ทั้งเส้น เอ็ม 53 และเอ 41 โดยคุณจะต้องลอดผ่านใต้อุโมงค์เมอร์ซี่ ขับต่อมาจนถึงถนน เอ580 ให้ใช้เส้นทางสายนี้มาจนกระทั่งถึงไฟแดง ให้เลี้ยวขวาและขับรถไปตามถนนที่ผ่านเนินมา เมื่อถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวขวาเพื่อเข้าถนน เอ 5089 ซึ่งสนามแอนฟิลด์จะอยู่สุดถนนเส้นนี้ทางด้านซ้ายมือ

สำหรับการเดินทางโดยรถบัสให้ใช้สาย เอ 26 หรือ เอ 27 โดยขึ้นจากสถานี พาราไดส์ หรือใช้บริการสาย 17B, 17C,17D หรือ 217 จากสถานีควีน สแควร์ นอกจากนั้นยังสามารถใช้บริการสาย 68.168 และ 14 ได้อีกด้วย

ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟให้มาลงที่สถานี ไลม์ สตรีท ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสนามแอนฟิลด์ราว 2 ไมล์ วิธีการไปสนามที่ง่ายที่สุดคือ ใช้บริการแท็กซี่จากสถานีไปยังสนามซึ่งจะมีค่าบริการอยู่ที่ราว 4 ปอนด์ โดยสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 5 คน

นอกจากนั้นยังมีซอคเก้อร์บัส บริการจากสถานีแซนด์ฮิลส์ในวันที่มีการแข่งขัน โดยรถบัสเที่ยวสุดท้ายจะออกก่อนถึงเวลาแข่งขัน 15 นาที ส่วนหลังการแข่งขันรถเที่ยวสุดท้ายจะออกหลังจากจบเกม 50 นาที โดยค่าบริการอยู่ที่เที่ยวละ 50 เพนซ์

ส่วนตั๋วเข้าชมเกมนั้น ส่วนใหญ่เปิดขายสำหรับสมาชิกเท่านั้นครับ

เดโก้

ผลงานของเดโก้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะเนื้อหอมที่สุด

 

เดโก้

เดโก้

เมื่อเดโก้ตัดสินใจย้ายทีมเมื่อหน้าร้อนของปี 2003 แฟนบอลในถิ่น ดาส อันทาส ก็เริ่มเคลื่อนไหวและเรียกร้องให้มิดฟิลร่างเล็กอยู่กับทีมต่อไป และมูรินโญ่ก็เปลี่ยนใจเขาสำเร็จ

อีกหนึ่งประตูในนัดชิงชนะเลิศของเดโก้ ทำให้เขาเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ และกลายเป็นนักเตะเนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของยุโรปไปในพริบตา

ในไม่ช้านักเตะที่ดีที่สุดของโปรตุเกสก็ขึ้นทำเนียบระดับอินเตอร์ แต่แทนที่จะเป็นทีมบ้านเกิดอย่างบราซิล เขากลับตอบรับคำเชื้อเชิญของโปรตุเกส ประเทศที่เป็นเหมือนบ้านที่สองแทน

คำตอบของเดโก้ ทำให้เกิดกระแสต่อต้านไม่น้อย โดยเฉพาะจากยอดนักเตะอย่างหลุยส์ ฟิโก้ ที่ออกมากล่าวว่า ผมคิดว่าคนสเปนคงไม่พอใจนักหรอกหากผมจะเล่นในทีมชาติสเปน เพียงแค่ผมเล่นให้สโมสรสเปนเท่านั้น มันทำให้สปิริตของทีมเสียไป ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ทว่าเสียงต่อต้านจากฟิโก้กลับไม่เป้นผลเท่าไหร่ในมุมมองของหลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนชือทีมชาติโปรตุเกสในขณะนั้นที่เป็นคนบราซิลเสียด้วย และเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากได้รับสัญชาติโปรตุเกส ชื่อของเดโก้ ก็ปรากฏหราอยู่ในทีมเรียบร้อย

กลายเป้นเรื่องบังเอิญอีกเช่นกันที่คู่แข่งในนัดแรกของเขาคือทีมชาติบราซิล เดโก้ รับหน้าที่สังหารฟรีคิกตุงตาข่ายให้โปรตุเกสเอาชนะทีมเซเลเซาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 37 ปี ขณะที่ฟิโก้ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก

ปัญหาเดียวในตอนนั้นคือสิ่งที่ผมได้อ่านจากสื่อนั่นแหละ ไม่เช่นนั้นผมคงไม่รูหรอกว่ามันเป้นเรื่องใหญ่ ในเมื่อพวกเราเข้ากันได้ดีในห้องแต่งตัว เดโก้เน้น

ลุค แชดวิค

ลุค แชดวิคจ่อคิวก้าวสู่ทีมผีแดงชุดใหญ่

ลุค แชดวิค

ลุค แชดวิค

สำหรับนักเตะรายแรกที่จ่อคิวก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ก่อนใครเพื่อนไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ ลุค แชดวิค มิดฟิลด์หน้าจืด นั่นเอง แชดวิค เล่นในตำแหน่งปีกขว่าและลีลาการเล่นคล้ายกับ “พ่อบรู๊คลีน” เดวิด เบ๊คแฮม เลยทีเดียว ปีกขวาหน้าเจื่อนผู้นี้อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 1997 โดยก่อนหน้าเคยไปฝึกซ้อมกับปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เขาโชว์ฟอร์มในช่วงหลังได้โดดเด่นมากจน เฟอร์กี้อาจยอมหุบ เบ๊คแฮมมาเล่นเป็นมิดฟิวด์ตัวกลางก็เป็นไปได้ แชดวิค ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู -21 ปีไปแล้ว และ สตีฟ แม็คคลาเรน ผู้ช่วยผู้จัดการทีมก็เผยด้วยว่าเขาเป็นนักเตะของทีมที่มีอนาคตสดใสมาก

“เราทุกคนต่างจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิด ต่อมาทางทีมได้อนุญาตให้สโมสรในเบลเยี่ยมยืมตัวเขากลับมาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เราเลยเรียกตัวเขาเป็นกลับมาอยู่กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเหมือนเดิม แชดวิค ลงสนามให้ทีมสำรองหนึ่งนัด และโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมาก เวลานี้หลายคนได้เห็นฟอร์มการเล่นของเขาในศึก เวิร์ทธิงตัน ลีก คัพหรือ ซีซั่นนี้ และเขาก็สอบผ่านได้อย่างงดงามไร้ที่ติจริงๆ แม็คคลาเรน กล่าวลูกศิษย์หัวแก้วหัวแหวน แชดวิค นักเตะหนุ่มวัยแค่ 20 กะรัด และเป็นชาวเคมบริดจ์โดยกำเนิด ประเดิมสนามในสีเสื้อปีศาจ

นี่ถือว่าเป็นการมองการณ์ไกลและเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับการสร้างศูนย์ฝึกทีมเยาวชนขึ้นมา เพราะถือว่าเป็นการลงทุน การที่จะได้นักเตะดีๆซักคนมาครอบครองอาจจะต้องใช้เงินมากกว่าการสร้างศูนย์เยาวชนขึ้นมามากมายหลายเท่านัก การที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำการฝึกเยาวชนเพื่อเฟ้นหาตัวนักบอลที่เก่งกาจมาร่วมทีมนี้ ถือว่าเป็นความคุ้มค่าอย่างมากต่อทีมเลยทีเดียว

หลุยส์ ฟาล ฮาล จะต้องปรับแผนการเล่นของแมนยูให้หลากหลายขึ้น หากฤดูกาลหวังที่จะทำผลงานให้ดีกว่าที่ผ่านมา

หากพูดถึงผลงานโดยรวมของทีมแมนเชสเตอร์ ยูในเต็ดในฤดูกาลนี้ ต้องบอกว่า ไม่อาจจะปฏิเสธได้จริงๆว่าดูเหมือน ทีมแมนยูภายใต้การทำทีมของกุนซือ หลุยส์ ฟาล ฮาลในฤดูกาลนี้นั้น ถือว่าทำผลงานได้ดีขึ้นพอสมควรเลยทีเดียวหากเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้านี้ เพราะจะเห็นได้ว่า ฤดูกาลนี้นั้นทีมแมนยูภายใต้การคุมทีมของกุนซือ หลุยส์ ฟาล ฮาลนั้น สามารถทำผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถก้าวขึ้นมารั้งอันดับอยู่ในโซนท็อปโฟร์ได้สำเร็จ หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้านี้พวกเขาทำได้แค่เพียงเป็นทีมกลางตารางเท่านั้น จนต้องอดไปเตะรายการยุโรปอย่างยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก เรียกได้ว่าฤดูกาลนี้ผลงานของแมนยูถือว่าดีขึ้นพอสมควรนั่นเอง


หลุยส์ ฟาล ฮาล

แต่อย่างไรก็ดี ก็ต้องบอกว่า แม้จากผลงานโดยรวมของทีมแมนยูภายใต้การคุมทีมของกุนซือ หลุยส์ ฟาล ฮาลในฤดูกาลนี้ จะถือว่าเป็นผลงานที่ดีขึ้นระดับนึงก็ตาม หากเทียบกับฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้นก็ต้องบอกว่า ก็ยังถือว่าไม่ดีเท่าไหร่หากพูดถึงเกี่ยวกับเส้นทางการลุ้นแชมป์ เพราะฤดูกาลนี้หากพูดถึงการลุ้นแชมป์ลีกแล้ว แมนยูนั้นยังถือว่าทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะจะเห็นได้ว่า พวกเขาโดนเชลซีทิ้งคะแนนห่างไปหลายคะแนนเลย ดังนั้นเลยมองว่า แม้ผลงานฤดูกาลนี้แมนยูจะดีขึ้นก็ตาม แต่ทว่าหากพูดถึงเส้นทางลุ้นแชมป์แล้ว แมนยูภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาล ฮาลนั้นยังต้องปรับปรุงแก้ไขพอสมควรเลย ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่หลุยส์ ฟาล ฮาลควรแก้ไขให้ดีขึ้นอีกนั่นก็คือ แผนการเล่นของทีมนั่นเอง

นั่นก็เพราะว่า หลังจากที่ดูฟอร์มการเล่นของแมนยูที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่า แนวทางการเล่นและแผนการเล่นของแมนยูนั้น ยังไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่นัก เพราะดูเหมือนแผนการเล่นหลักๆของแมนยูในฤดูกาลนี้ หลุยส์ ฟาล ฮาลนั้นพยายามใช้ มารูยาน เฟลไลนี่เป็นกำลังหลักของแผนการเล่นมากเกินไป เพราะจะเห็นได้ว่า แผนการเล่นในโดยส่วนใหญ่ของแมนยูในฤดูกาลนี้คือการเน้นฝากบอลให้กับเฟลไลนี่เป็นตัวทำเกมเป็นหลัก เพราะด้วยเจ้าเฟลไลนี่นั้น เป็นกองกลางที่สามารถพักบอลและเก็บบอลได้ดี ก็เลยจะเห็นได้ว่า การขึ้นเกมรุกของแมนยูส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้จะขึ้นโดยเจ้าเฟลไลนี่เป็นหลักนั่นเอง ซึ่งมองว่า หากฤดูกาลหน้านั้น หลุยส์ ฟาล ฮาลยังไม่ปรับแผนการเล่นของแมนยูให้หลากหลายยิ่งขึ้นกว่าเดิม อาจจะทำให้พวกเขาไปไม่ถึงแชมป์อีกครั้ง เพราะเหตุผลง่ายๆเลยก็คือ หากเมื่อไหร่ที่เจ้าเฟลไลนี่โดนประกบติด ก็จะทำให้แมนยูขึ้นเกมรุกไม่ได้ สุดท้ายก็จะส่งผลกระทบต่อการเก็บสามแต้มสำคัญของทีม ดังนั้นก็เลยทำให้คิดว่า หากฤดูกาลหน้า หลุยส์ ฟาล ฮาล หวังที่จะพาแมนยูให้ทำผลงานดีขึ้นกว่าฤดูกาลนี้ เขาควรจะต้องปรับแผนการเล่นของทีม ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ลาชิโอ

รู้จักกับอินทรีฟ้าขาวลาชิโอ

ลาชิโอ

ลาชิโอ

ตำนานแห่งลาชิโอ มีอายุครบร้อยหนึ่งปีเข้าให้แล้วเมื่อนับจนถึงปัจจุบัน โดยสโมสรแห่งนี้ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 9 มกราคม 1900 ด้วยแรงกายแรงใจของ ลุยจิ บิจาเรลลี่ นายทหารนอกประจำการ สัญลักษณ์ของสโมสรคืออินทรีโรมันที่เราคุ้นตากันดี

ในตอนแรก ลาชิโอเป็นสปอร์ตคลับที่มีทีมแข่งกีฬาหลากหลาย นอกจากกีฬาเดินทน, ว่ายน้ำ, ยิงธนู แล้วก็ยังมียิมนัสติก ฟุตบอล มาเกิดขึ้นภายหลังจากการส่งเสริมของบรูโด้ เซเก็ตตินี่ หนึ่งในผู้ถือหุ้นสโมสรราชิ่ง คลับ เดอ ปารีสส์ สโมสรดังในอดีตของฝรั่งเศสได้เดินไปโรมพร้อมกับลูกฟุตบอล และได้มอบมันให้แก่เหล่าผู้หลงไหลในกีฬาโอลิมปิก ซึ่งนั้นทำให้สโมสรสีฟ้าและขาว เพื่อเป็นการให้เกียรติและแสดงการรำลึกต่อกรีชดินแดนต้นกำเนิดโอลิมปิก หลังเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกอุบัติขึ้นในปี 1902 ลาโซซิเอต้าสเปอร์ติว่า ลาชิโอค่อยๆ เติบใหญ่ขึ้นตามลำดับ จนมาเข้าชิงชนะเลิศ เพื่อชิงแชมป์อิตาลีตามระบบเก่าได้ถึงสองสมัยในปี 1913 ที่แพ้ต่อเจนัว และในปี 1914 ก็พ่ายต่อคาซาเล่

กว่าโทรฟี่แรกของสโมสรจะลอยมาประดับตู้ พวกเขาต้องรอถึงกว่า 40 ปี โดยวันที่ 24 กันยายน 1958 ลาชิโอพิชิตถ้วยโคปป้า อิตาเลียมาครองสำเร็จ จากชัยชนะเหนือฟิออเรนติน่า 1-0 อีก 16 ปีแห่งการรอคอย เหล่าเบียงโกเซเลสติค่อยสมหวังกับสคูเด๊ตโต้แรกในปี 1974 ด้วยอิทธิฤทธิ์ 24 ประตูของคินาญ่าเป้นหลัก ขณะกำลังสุกสกาวอยู่ดีๆ นั้น ฟ้าก็คำรามโครมครามก่อนที่ลาชิโอจะถูกลงดาบไม่ให้เข้าร่วมโรเปี้ยน คัพ จากการที่ยูฟ่าแบนสโมสรเพราะแฟนบอลของพวกเขาก่อเหตุรุนแรงในยูฟ่า คัพ